การร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง

การร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง 

การร้อยไหม เป็นวิธียกกระชับหน้า ลดริ้วรอย ที่ให้ผลได้ชัดเจน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ผลแบบเดียวกัน โดยทั่วไปจะเป็นช่วงอายุประมาณ 35 – 60 ปี  การร้อยไหมเหมาะกับคนที่มีริ้วรอย โดยเนื้อเยื่อต้องไม่ยุบตัวหรือผิวหนังต้องไม่หย่อนคล้อยมากเกินไป เพราะหากผิวหนังหย่อนมากเนื่องจากอายุหรือมีน้ำหนักตัวมาก อาจต้องใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น ๆ จึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน สำหรับกรณีผิวหย่อนคล้อยมาก ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว วิธีการใช้ไหม อาจช่วยไม่ได้มากอาจต้องใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น ๆ โดยเฉพาะวิธีที่ไม่ใช้การศัลยกรรมซึ่งจะให้ผลดีมากกว่า 

สำหรับกลุ่มที่ไม่ควรร้อยไหม ได้แก่ ผู้ที่มีโรคแพ้ภูมิตัวเอง ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร และผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีภาวะติดเชื้อ หรือเคยเกิดแผลเป็นคีลอยด์

นอกจากนี้ การร้อยไหมอาจให้ผลดียิ่งขึ้นหากใช้วิธียกกระชับอื่น ๆ ร่วมด้วยในภายหลัง โดยเฉพาะวิธีที่ไม่ใช้การ

ศัลยกรรมซึ่งจะให้ผลดีมากกว่า หรืออาจใช้กับผู้ที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดยกหน้าไปแต่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดครั้งต่อไป ในกรณีนี้อาจเลือกการร้อยไหมแทนได้เช่นกัน

 

ไหมที่นำมาใช้มีให้เลือกหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะผิวก่อนทำ และทุกประเภทสามารถใช้ร่วมกับการยกกระชับหน้าด้วยวิธีอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เช่น การใช้ไหมที่มีเงี่ยงร่วมกับการทำฟิลเลอร์หรือฉีดไขมันที่หน้า การร้อยไหม

ร่วมกับวิธีลดรอยเหี่ยวย่นที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุหรือเข็มขนาดเล็ก เหล่านี้อาจช่วยให้ผิวหนังกระชับตัวมากกว่าการร้อยไหมเพียงอย่างเดียว

 

รวม 5 ข้อน่ารู้ คู่การร้อยไหมเพื่อยกใบหน้าให้ตึงกระชับ อ่อนวัย

ดังที่เคยพูดถึงเรื่องการร้อยไหมไปใน เทียบให้ชัดร้อยไหมเงี่ยงก้างปลากับไม่มีเงี่ยงต่างกันอย่างไร เราขอย้อนความสั้น ๆ เกี่ยวกับความหมายของการร้อยไหมให้ฟังกันนะคะ การร้อยไหมเป็นเทคนิคการยกกระชับหน้าให้เรียว โดยนำเส้นไหมที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษร้อยเข้าสู่ใต้ผิวหนังบริเวณใบหน้าของเรา เป็นประเภทของการศัลยกรรมที่ไมต้องเข้าผ่าตัด อีกทั้งยังเจ็บน้อย และไม่ต้องพักฟื้นนานอีกด้วย จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับสาว ๆ ที่มีภาระหน้าที่การงานรัดตัว

และแม้ว่าการร้อยไหมจะเป็นอีกหนึ่งการทำสวยที่แสนจะฮิตของสาว ๆ แต่เราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ค่ะ และเพื่อความสวยที่รอไม่ได้ของทุกคน วันนี้เราไปพบกับ 5 ข้อน่ารู้เกี่ยวกับการร้อยไหม กันได้เลย

  • ขั้นตอนของการร้อยไหมเป็นอย่างไร
    การร้อยไหมนั้น เป็นการนำเส้นไหมชนิดพิเศษ มาทำการร้อยลงไปในบริเวณใต้ผิวหนัง โดยเส้นไหมที่ร้อยเข้าไปจะทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวที่อยู่รอบ ๆ ตัวเส้นไหม ส่งผลให้เป็นการดึงหน้า และยกกระชับขึ้น
  • การร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง?
    ปกติแล้วการร้อยไหมนั้นเหมาะกับผู้มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย และอยากฟื้นฟูให้ตึงกระชับ และผู้ที่อยากปรับรูปหน้าให้วีเชฟสวยงามค่ะ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณคอลลาเจนใต้ผิวหนังจะลดลง การร้อยไหมเพื่อยกหน้าจึงเป็นคำตอบของปัญหานี้
  • ก่อนร้อยไหมควรเตรียมตัวอย่างไร
    ก่อนร้อยไหม ควรงดยา หรืออาหารเสริม และวิตามินที่มีผลกับการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน หรือพาวิก และวิตามินอี ซึ่งควรงดรับประทานเป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการรักษา และไม่มีประวัติเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือดอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ค่ะ
  • การพักฟื้นหลังการร้อยไหม
    ข้อควรระวังหลังจากทำร้อยไหม อย่างแรกเลยคือไม่ควรทำเลเซอร์ หรือหัตถการใด ๆ กับใบหน้า ประมาณ 2 สัปดาห์ค่ะ และงดการนวดหน้าแรง ๆ ในตำแหน่งที่ร้อยไหมประมาณ 2 เดือน และคอยดูผิวหน้าเราให้ดี ถ้าเกิดความผิดปกติก็ควรปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุด
  • ข้อดีของการร้อยไหม
    การร้อยไหมนั้นเป็นการรักษาที่นิยมมากค่ะ ซึ่งเหตุผลก็อย่างที่ได้เกริ่นมาคือ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องทนเจ็บมากเหมือนการรักษาประเภทอื่น ทำให้ไม่มีรอยแผลขนาดใหญ่ให้เป็นที่กังวลใจของสาว ๆ อีกทั้งยังเห็นผลทันที และใช้เวลาไม่นานเลย ทำให้สาว ๆ ฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

    หวังว่าทั้ง 5 ข้อนี้ จะทำให้คุณผู้อ่านทุกท่านเข้าใจเรื่องราว และประโยชน์ของการการร้อยไหมแล้วใช่ไหมคะ สำหรับใครที่อยากรู้จักกับเทคนิคการร้อยไหมให้มากขึ้นกว่าเดิม สามารถเข้ามาพูดคุยขอคำแนะนำได้ที่ M Med Cilnic ทุกสาขาได้เหมือนเดิม เพราะเรามีคุณหมอมากประสบการณ์ในเรื่องการยกกระชับใบหน้า คอยให้บริการทุกท่านอยู่ค่ะM Med Clinic

  • LINE ID : @mmedclinic
    คลิกเพื่อแอดไลน์ : https://line.me/R/ti/p/%40mmedclinic
    Facebook : M Med Clinic International

    สาขา สุราษฎร์ธานี          063-081-9992
    สาขา หาดใหญ่                063-081-9993
    สาขา พิษณุโลก               063-081-9994
    สาขา ภูเก็ต                        063-081-9997
    สาขา พัทยา                      063-081-9998
    สาขา อุบลราชธานี          062-242-5000
    สาขา อุดรธานี                  093-275-6999
    สาขา นครสวรรค์              093-579-3111
    สาขา เชียงใหม่                093-579-3222
    สาขา ขอนแก่น                 063-079-1555
    สาขา ระยอง                      063-079-1888
    สาขา ตรัง                           063-079-1999
    สาขา อรัญประเทศ           063-079-2888
    สาขา นครศรีธรรมราช      063-079-2999
    สาขา เวียงจันทน์              (+85620)552 555 89

    ติดต่อสอบถามได้ที่ Line: @mmedclinic  รามคำแหง 79 (สำนักงานใหญ่)
    085-588-5999

เทียบให้ชัดร้อยไหมเงี่ยงก้างปลากับไม่มีเงี่ยงต่างกันอย่างไร

การร้อยไหมเป็นเทคนิคการยกกระชับหน้าให้เรียว เข้ารูป ช่วยทำให้หน้าของคุณดูเด็กอ่อนกว่าวัย วิธีการ คือนำเส้นไหมที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ ร้อยเข้าสู่ใต้ผิวหนังบริเวณใบหน้าของเรา เพื่อให้เกิดการสร้างคอลลาเจนรอบๆ เส้นไหม ส่งผลให้ชั้นผิวใบหน้ายกตัวขึ้นจนเกิดการตึงกระชับ การร้อยไหมนับว่าเป็นเทคนิคศัลยกรรมรูปหน้าอีกหนึ่งวิธีเช่นเดียวกัน เพียงแต่เป็นการศัลยกรรมที่ไม่ต้องผ่าตัด เจ็บน้อย ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน ความปลอดภัยสูงและมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ค่อนข้างต่ำ

เดิมทีนวัตกรรมการร้อยไหมในช่วงแรกนั้น มีเพียงการร้อยไหมแบบก้างปลา หรือ Aptos Threads อย่างเดียวและเป็นที่นิยมอย่างมากในการนำมายกกระชับใบหน้า ลักษณะของไหมก้างปลา คือจะมีเงี่ยงตามเส้นไหมเหมือนก้างปลาโผล่ออกมาจากตัวไหม ต่อมามีการคิดค้นเทคนิคการร้อยไหมด้วยการใช้ไหมเรียบหรือไหมไม่มีเงี่ยงขึ้นมา เพื่อช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับการร้อยไหมแบบก้างปลา วันนี้แอดมินมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียให้ดูกันค่ะ ว่าไหมทั้งสองแบบจะแตกต่างกันอย่างไร

 

ข้อดีและของเสียของการร้อยไหมชนิดก้างปลา

ข้อดี การร้อยไหมด้วยไหมก้างปลาคือ เงี่ยงที่โผล่อออกมาจากตัวไหมและลักษณะเส้นที่ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ช่วยอุ้มพยุงเนื้อเยื่อผิวหน้าได้อย่างดี เห็นผลชัดเจนในเวลาอันสั้นหลังจากทำการร้อยไหม นอกจากนี้ยังใช้เส้นไหมน้อยในการยกกระชับใบหน้า ส่วนใหญ่จะใช้ไม่ถึง 10 เส้น ลักษณะการร้อยไหมก้างปลา จะร้อยในชั้นลึกที่เรียกว่า SMAS ซึ่งจะช่วยยกกระชับได้ดี
ข้อเสีย โดยหลักๆแล้ว ข้อจำกัดของการใช้ไหมก้างปลาคือตัวไหมมีลักษณะเส้นใหญ่ อาจทำให้มีรอยช้ำได้มากกว่าไหมเรียบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบุคคลและเทคนิคของแพทย์ผู้ร้อยไหม

ข้อดีและของเสียของการร้อยไหมชนิดเรียบไม่มีเงี่ยง

ข้อดี ไหมเรียบหรือไหมไม่มีเงี่ยงเป็นชนิด PDO (Polydioxolane) สามารถละลายได้เมื่อเวลาผ่านไประยะนึง ไม่มีสารตกค้าง ปลอดภัย ลักษณะของไหมเป็นเส้นสั้น ๆ ความยาวไม่ถึง 10 เซนติเมตร จึงไม่ค่อยเจ็บขณะร้อยไหม และการร้อยไหมเรียบจะร้อยในชั้นตื้นๆ จึงช่วยยกกระชับผิวด้านบนและกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีกว่าไหมก้างปลา
ข้อเสีย การร้อยไหมแบบชนิด PDO หรือ ไหมแบบเรียบจะไม่เห็นผลได้ชัดเจนเท่ากับชนิดก้างปลาในช่วงแรก โดยอาจใช้เวลานานกว่า 4 – 6 เดือน ใช้ปริมาณของเส้นไหมในการยกกระชับใบหน้าเยอะกว่าไหมก้างปลา อย่างน้อยๆ ต้องใช้ไหมมากถึง 20 เส้นขึ้นไป นอกจากนี้เส้นไหมมีขนาดเล็กกว่าและไม่มีเงี่ยงจึงมีฤทธิ์ในการยกกระชับน้อยกว่าไหมก้างปลา

ถึงตอนนี้คุณผู้อ่านทุกท่านพอจะเข้าใจความแตกต่างระหว่างการร้อยไหมทั้งสองแบบแล้วใช่ไหมคะ สำหรับใครที่อยากรู้จักกับเทคนิคการร้อยไหมให้มากขึ้นกว่าเดิม สามารถเข้ามาพูดคุยขอคำแนะนำได้ที่ M Med Cilnic ทุกสาขา เพราะเรามีคุณหมอมากประสบการณ์ในเรื่องการยกกระชับใบหน้า คอยให้บริการทุกท่านอยู่ค่ะ

 

   

 

ทำความเข้าใจกับเทคนิคการร้อยไหม PDO (Polydioxolane) ว่าคืออะไร

ท่านผู้อ่านหลายคนคงจะเคยได้ยินเทคนิคการร้อยไหมกันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ อาจจะเพราะเทคนิคนี้ถูกนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยกันมาพักใหญ่ๆ ได้แล้วค่ะ วันนี้ M Med Cilnic จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับเทคนิคนี้ให้มากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ เริ่มตั้งแต่การร้อยไหมคืออะไร ช่วยให้ผลลัพธ์อย่างไรและอันตรายมากน้อยแค่ไหนค่ะ จะได้เป็นข้อมูลที่สร้างประโยชน์กับหลายๆ ท่านที่กำลังตัดสินใจเสริมสวย แต่งหล่อกับใบหน้าให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกกันนะคะ

เทคนิคการร้อยไหม เป็นการฟื้นฟูใบหน้า และ ทำการยกกระชับผิวหน้า ด้วยการร้อยไหมชนิดละลายได้ หรือ PDO ย่อมาจาก Polydioxolane ซึ่งแต่เดิมเทคนิคนี้เป็นเทคนิคจากประเทศเกาหลี โดยไหมชนิดละลายได้ที่ใช้กันในเทคนิคศัลยกรรมใบหน้า แต่เดิมแล้วคือไหมที่ใช้เย็บบริเวณเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และ ใช้สำหรับเย็บเส้นเลือดต่างๆ ในร่างกาย จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะทำการกำจัดออกได้เอง โดยใช้เวลาประมาณ 6 เดือน สิ่งที่สำคัญและทำให้เกิดเทคนิคการร้อยไหมในวงการเสริมความงามคือ บริเวณที่มีการร้อยไหม จะเกิดการกระตุ้นการสร้างเซลล์เส้นใยคอลลาเจน ในขณะที่มีการสร้างเส้นเลือดใหม่ เส้นใยคอลลาเจนนี้จะมาเกาะบริเวณรอบ ๆ แนวเส้นไหม ทำให้เกิดการตึงรั้งผิวบริเวณนั้นๆ ช่วยยกกระชับผิว แถมยังมีผลดีกับการไหลเวียนของเลือดในบริเวณดังกล่าวอีกด้วย เลยทำให้เทคนิคนี้ถูกนำไปใช้กับการฟื้นฟูใบหน้า และ ยกกระชับผิวตามจุดต่างๆ ได้อย่างดีทีเดียว

ร้อยไหม ยกกระชับผิว ฟื้นฟูใบหน้าแบบเห็นผล อีกหนึ่งทางเลือกของคนไม่อยากเจ็บ

เทนนิคการร้อยไหมมีข้อดีหลักๆ คือสามารถยกกระชับผิวและฟื้นฟูใบหน้ารวมถึงบริเวณคอให้ดูอ่อนวัย เต่งตึง เสริมสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึงดูย้อนวัยมากขึ้น เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า อีกทั้งสามารถทำร่วมกับHIFU หรือ Thermage เพื่อการยกกระชับที่ดีขึ้นนอกจากนี้เทคนิคร้อยไหมยังช่วยในการยกกระชับผิวบริเวณที่มีความหย่อนคล้อย ในผู้ที่มีไขมันไม่มากนได้อีกด้วย เช่น บริเวณ ต้นแขน หน้าท้อง สะโพกขา แต่หากสำหรับผู้อ่านท่านใดรู้สึกว่าตัวเองมีไขมันมาก การใช้เทคนิคร้อยไหมเพื่อยกกระชับผิวอาจจะไม่ได้ผล แอดมินแนะนำให้ทำการสลายไขมันในส่วนนั้น ๆ ก่อนจะดีกว่าค่ะ  เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วเทคนิคร้อยไหมจะใช้ในการฟื้นฟูใบหน้าบริเวณที่สะท้อนให้เห็นถึงความชราได้ง่าย ช่วยแก้ไขร่องลึกและรอยต่างๆ เช่น การยกกระชับผิวบริเวณหนังตา หรือ แก้ไขคิ้วตก เติมเต็มร่องแก้ม มุมปาก ริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าที่ขาดคอลลาเจนให้กลับมาอ่อนวัย เต่งตึง ได้แบบ

รวดเร็ว เห็นผลชัดเจน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาปรับแต่งโครงสร้างปีกจมูกให้แคบลง หรือ ยกปลายจมูกให้เชิดสูงขึ้นได้ด้วยค่ะ

 

หลังร้อยไหม นานแค่ไหนจึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง

หลังจากการร้อยไหมแล้ว เราจะรู้สึกและเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีเลยค่ะ และจะยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาประมาณ 1 – 2 เดือน เท่านั้นค่ะ โดยประสิทธิภาพการฟื้นฟูใบหน้า ยกกระชับผิวจะส่งผลให้เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด คือหลังจากเข้ารับการร้อยไหมไปแล้ว 6 เดือน ในส่วนของการดูแลรักษาความคงทนของสภาพใบหน้าหลังจากการร้อยไหมนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคคุณหมอและสภาพผิวของแต่บุคคลนะคะ โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ได้ประมาณ 1 – 3 ปี หัวใจหลักๆ ในการดูแลคือการรักษาคอลลาเจนให้ยังคงอยู่บนใบหน้าให้นานที่สุด เช่น การออกกำลังกาย ซึ่งแน่นอนค่ะ ว่าต้องรวมไปถึงการดูแลเรื่องอาหารการกิน เป็นไปได้ควรงดการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ตัวการหลักทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพไปอย่างรวดเร็ว และ สำคัญสุดคือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการค่ะ หากใครกำลังสนใจ M Med Clinic ก็มีแพทย์เก่ง ๆ คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการร้อยไหม เพื่อฟื้นฟูใบหน้า ปรับแต่ง ยกกระชับผิวส่วนต่าง ๆ ทั้งก่อนและหลังทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดและให้ผลนานที่สุดด้วยค่ะ

คำแนะนำจาก M Med Cilnic สำหรับท่านที่เพิ่งผ่านการทำร้อยไหมมา

โดยทั่วไปแล้วคุณหมอที่ทำการร้อยไหมให้ จะมีการนัดคนไข้เพื่อมาติดตามผลการรักษา และ แจ้งรายละเอียดสิ่งที่ควรปฏิบัติหลังจากเข้ารับการร้อยไหมอยู่แล้วนะคะ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูใบหน้าของคนไข้ หากใครยังไม่เข้าใจหรืออยากทราบก่อน จะได้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ และ เพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อน แอดมินก็เอาคำแนะนำมาฝากกันว่าควรจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อให้การยกกระชับผิวครั้งนี้ผลออกมา สวย เต่งตึง แบบปลอดภัยไร้ปัญหาค่ะ โดยเริ่มต้นที่สิ่งสำคัญคือ

 

  1. ไปตามนัดคุณหมอทุกครั้งเพื่อติดตามอาการและหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีส่วนประกอบของ BHA / AHA / Retinoid เป็นระยะเวลาโดยประมาณ 14 วัน
  2. งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ประมาณ 3 – 4 วัน หลังจากเข้ารับการร้อยไหม
  3.  รักษาสภาพใบหน้าไว้ให้นาน โดยไม่รับการทำ Treatment ใดๆ เกี่ยวกับใบหน้าประมาณ 14 วัน
  4. งดการออกกำลังกายในสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน เช่น หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแดดจัด การเล่นกีฬากลางแจ้ง ซาวน่า อบไอน้ำ เป็นต้น
  5. ก่อนรับประทานวิตามิน อาหารเสริม หรือ ยา ศึกษาประเภทของยาให้ชัดเจน ไม่ควรทานชนิดที่มีผลกับระบบเลือดหรือทำให้เลือกออก เช่น Aspirin /  Vitamin E / สารสกัดจากใบแป๊ะก๋วย เป็นต้นค่ะ

รู้จักทั้งข้อดีและข้อเสียของการร้อยไหมให้ดีก่อนตัดสินใจทำ

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมา แอดมินได้อธิบายถึงที่มาที่ไป ของเทคนิคร้อยไหม และ วิธีการดูแลตัวเองคร่าวๆ หลังทำการร้อยไหมไปแล้วนะคะ สุดท้ายนี้แอดมินอยากให้ผู้อ่านทุกท่านเห็นภาพชัดมากขึ้น ในส่วนของ ข้อดี และ ข้อเสีย ก่อนที่จะตัดสินใจทำการยกกระชับผิว ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า หรือ ส่วนใดก็ตามเพื่อความชัดเจนไปกันไปเลยค่ะ

 

ข้อดี : เทคนิคการร้อยไหม ช่วยแก้ปัญหาผิวขาดคอลลาเจน มีร่องลึก หย่อนคล้อย ได้โดยการยกกระชับผิวแบบเห็นผลได้ทันที เจ็บน้อยและไม่ต้องผ่าตัด ตัวช่วยสำคัญคือตัวไหม โดยการไปกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ให้กลับมาฟื้นฟูใบหน้าและส่วนต่าง ๆ ในระหว่างที่ไหมละลาย การสร้างเส้นเลือดใหม่ส่งผลให้ผิวมีความสดใส เต่งตึงขึ้นเพราะการไหวเวียนของเลือดที่ดีนั่นเอง นอกจากนี้การร้อยไหมยังสามารถทำให้หน้าดูเรียวขึ้น เป็นรูปทรงวีเชฟได้อีกด้วย

    ข้อเสีย : หลังจากการทำร้อยไหมแล้ว ตัวคนไข้อาจมีอาการเจ็บ ปวด แดง เกิดขึ้นในบริเวณที่มีการสอดไหมเข้าไปใต้ผิวหนังได้  หากเข้ารับการร้อยไหมจากคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานหรือหมอที่ไม่มีความเชี่ยวชาญจริง ๆ อาจะส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาได้ เช่น การสัมผัสลูบคลำปมไหมได้จากบนใบหน้าเพราะปลายไหมที่สอดเข้าไปใต้ผิวหนังสามารถมองเห็นได้ชัดเจนและนูนออกมา นอกจากนี้หากมีการแก้ไขที่ไม่ดีอาจทำให้เสียรูปหน้าได้ค่ะ  

 

เมื่อเห็นข้อดีและข้อเสียแล้ว ก็อย่าเสี่ยงร้อยไหมกับคลินิกที่ขาดหมอผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ได้มาตรฐานเลยนะคะ เพราะปัญหาที่ตามมาอาจทำให้ถึงขั้นเสียโฉมได้ โดยเฉพาะใบหน้าที่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของเรา ขอให้เลือกมาปรึกษากับเราที่ M Med Clinic เรามีคุณหมอที่มีความรู้ และ ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคการร้อยไหมพร้อมให้คำตอบกับทุกๆ คำถาม จนคุณมั่นใจว่าคุณจะได้รับการฟื้นฟูใบหน้าให้ดูเด็กลง ด้วยการยกกระชับผิวทุกจุด อย่างถูกวิธีและได้มาตรฐานที่สุดค่ะ