ทำความเข้าใจกับเทคนิคการร้อยไหม PDO (Polydioxolane) ว่าคืออะไร

ท่านผู้อ่านหลายคนคงจะเคยได้ยินเทคนิคการร้อยไหมกันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ อาจจะเพราะเทคนิคนี้ถูกนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยกันมาพักใหญ่ๆ ได้แล้วค่ะ วันนี้ M Med Cilnic จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับเทคนิคนี้ให้มากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ เริ่มตั้งแต่การร้อยไหมคืออะไร ช่วยให้ผลลัพธ์อย่างไรและอันตรายมากน้อยแค่ไหนค่ะ จะได้เป็นข้อมูลที่สร้างประโยชน์กับหลายๆ ท่านที่กำลังตัดสินใจเสริมสวย แต่งหล่อกับใบหน้าให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกกันนะคะ

เทคนิคการร้อยไหม เป็นการฟื้นฟูใบหน้า และ ทำการยกกระชับผิวหน้า ด้วยการร้อยไหมชนิดละลายได้ หรือ PDO ย่อมาจาก Polydioxolane ซึ่งแต่เดิมเทคนิคนี้เป็นเทคนิคจากประเทศเกาหลี โดยไหมชนิดละลายได้ที่ใช้กันในเทคนิคศัลยกรรมใบหน้า แต่เดิมแล้วคือไหมที่ใช้เย็บบริเวณเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และ ใช้สำหรับเย็บเส้นเลือดต่างๆ ในร่างกาย จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะทำการกำจัดออกได้เอง โดยใช้เวลาประมาณ 6 เดือน สิ่งที่สำคัญและทำให้เกิดเทคนิคการร้อยไหมในวงการเสริมความงามคือ บริเวณที่มีการร้อยไหม จะเกิดการกระตุ้นการสร้างเซลล์เส้นใยคอลลาเจน ในขณะที่มีการสร้างเส้นเลือดใหม่ เส้นใยคอลลาเจนนี้จะมาเกาะบริเวณรอบ ๆ แนวเส้นไหม ทำให้เกิดการตึงรั้งผิวบริเวณนั้นๆ ช่วยยกกระชับผิว แถมยังมีผลดีกับการไหลเวียนของเลือดในบริเวณดังกล่าวอีกด้วย เลยทำให้เทคนิคนี้ถูกนำไปใช้กับการฟื้นฟูใบหน้า และ ยกกระชับผิวตามจุดต่างๆ ได้อย่างดีทีเดียว

ร้อยไหม ยกกระชับผิว ฟื้นฟูใบหน้าแบบเห็นผล อีกหนึ่งทางเลือกของคนไม่อยากเจ็บ

เทนนิคการร้อยไหมมีข้อดีหลักๆ คือสามารถยกกระชับผิวและฟื้นฟูใบหน้ารวมถึงบริเวณคอให้ดูอ่อนวัย เต่งตึง เสริมสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึงดูย้อนวัยมากขึ้น เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า อีกทั้งสามารถทำร่วมกับHIFU หรือ Thermage เพื่อการยกกระชับที่ดีขึ้นนอกจากนี้เทคนิคร้อยไหมยังช่วยในการยกกระชับผิวบริเวณที่มีความหย่อนคล้อย ในผู้ที่มีไขมันไม่มากนได้อีกด้วย เช่น บริเวณ ต้นแขน หน้าท้อง สะโพกขา แต่หากสำหรับผู้อ่านท่านใดรู้สึกว่าตัวเองมีไขมันมาก การใช้เทคนิคร้อยไหมเพื่อยกกระชับผิวอาจจะไม่ได้ผล แอดมินแนะนำให้ทำการสลายไขมันในส่วนนั้น ๆ ก่อนจะดีกว่าค่ะ  เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วเทคนิคร้อยไหมจะใช้ในการฟื้นฟูใบหน้าบริเวณที่สะท้อนให้เห็นถึงความชราได้ง่าย ช่วยแก้ไขร่องลึกและรอยต่างๆ เช่น การยกกระชับผิวบริเวณหนังตา หรือ แก้ไขคิ้วตก เติมเต็มร่องแก้ม มุมปาก ริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าที่ขาดคอลลาเจนให้กลับมาอ่อนวัย เต่งตึง ได้แบบ

รวดเร็ว เห็นผลชัดเจน นอกจากนี้ยังสามารถนำมาปรับแต่งโครงสร้างปีกจมูกให้แคบลง หรือ ยกปลายจมูกให้เชิดสูงขึ้นได้ด้วยค่ะ

 

หลังร้อยไหม นานแค่ไหนจึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง

หลังจากการร้อยไหมแล้ว เราจะรู้สึกและเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างทันทีเลยค่ะ และจะยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาประมาณ 1 – 2 เดือน เท่านั้นค่ะ โดยประสิทธิภาพการฟื้นฟูใบหน้า ยกกระชับผิวจะส่งผลให้เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด คือหลังจากเข้ารับการร้อยไหมไปแล้ว 6 เดือน ในส่วนของการดูแลรักษาความคงทนของสภาพใบหน้าหลังจากการร้อยไหมนั้น ขึ้นอยู่กับเทคนิคคุณหมอและสภาพผิวของแต่บุคคลนะคะ โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ได้ประมาณ 1 – 3 ปี หัวใจหลักๆ ในการดูแลคือการรักษาคอลลาเจนให้ยังคงอยู่บนใบหน้าให้นานที่สุด เช่น การออกกำลังกาย ซึ่งแน่นอนค่ะ ว่าต้องรวมไปถึงการดูแลเรื่องอาหารการกิน เป็นไปได้ควรงดการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ตัวการหลักทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพไปอย่างรวดเร็ว และ สำคัญสุดคือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการค่ะ หากใครกำลังสนใจ M Med Clinic ก็มีแพทย์เก่ง ๆ คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการร้อยไหม เพื่อฟื้นฟูใบหน้า ปรับแต่ง ยกกระชับผิวส่วนต่าง ๆ ทั้งก่อนและหลังทำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดและให้ผลนานที่สุดด้วยค่ะ

คำแนะนำจาก M Med Cilnic สำหรับท่านที่เพิ่งผ่านการทำร้อยไหมมา

โดยทั่วไปแล้วคุณหมอที่ทำการร้อยไหมให้ จะมีการนัดคนไข้เพื่อมาติดตามผลการรักษา และ แจ้งรายละเอียดสิ่งที่ควรปฏิบัติหลังจากเข้ารับการร้อยไหมอยู่แล้วนะคะ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูใบหน้าของคนไข้ หากใครยังไม่เข้าใจหรืออยากทราบก่อน จะได้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ และ เพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อน แอดมินก็เอาคำแนะนำมาฝากกันว่าควรจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อให้การยกกระชับผิวครั้งนี้ผลออกมา สวย เต่งตึง แบบปลอดภัยไร้ปัญหาค่ะ โดยเริ่มต้นที่สิ่งสำคัญคือ

 

  1. ไปตามนัดคุณหมอทุกครั้งเพื่อติดตามอาการและหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีส่วนประกอบของ BHA / AHA / Retinoid เป็นระยะเวลาโดยประมาณ 14 วัน
  2. งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ประมาณ 3 – 4 วัน หลังจากเข้ารับการร้อยไหม
  3.  รักษาสภาพใบหน้าไว้ให้นาน โดยไม่รับการทำ Treatment ใดๆ เกี่ยวกับใบหน้าประมาณ 14 วัน
  4. งดการออกกำลังกายในสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน เช่น หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแดดจัด การเล่นกีฬากลางแจ้ง ซาวน่า อบไอน้ำ เป็นต้น
  5. ก่อนรับประทานวิตามิน อาหารเสริม หรือ ยา ศึกษาประเภทของยาให้ชัดเจน ไม่ควรทานชนิดที่มีผลกับระบบเลือดหรือทำให้เลือกออก เช่น Aspirin /  Vitamin E / สารสกัดจากใบแป๊ะก๋วย เป็นต้นค่ะ

รู้จักทั้งข้อดีและข้อเสียของการร้อยไหมให้ดีก่อนตัดสินใจทำ

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมา แอดมินได้อธิบายถึงที่มาที่ไป ของเทคนิคร้อยไหม และ วิธีการดูแลตัวเองคร่าวๆ หลังทำการร้อยไหมไปแล้วนะคะ สุดท้ายนี้แอดมินอยากให้ผู้อ่านทุกท่านเห็นภาพชัดมากขึ้น ในส่วนของ ข้อดี และ ข้อเสีย ก่อนที่จะตัดสินใจทำการยกกระชับผิว ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า หรือ ส่วนใดก็ตามเพื่อความชัดเจนไปกันไปเลยค่ะ

 

ข้อดี : เทคนิคการร้อยไหม ช่วยแก้ปัญหาผิวขาดคอลลาเจน มีร่องลึก หย่อนคล้อย ได้โดยการยกกระชับผิวแบบเห็นผลได้ทันที เจ็บน้อยและไม่ต้องผ่าตัด ตัวช่วยสำคัญคือตัวไหม โดยการไปกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว ให้กลับมาฟื้นฟูใบหน้าและส่วนต่าง ๆ ในระหว่างที่ไหมละลาย การสร้างเส้นเลือดใหม่ส่งผลให้ผิวมีความสดใส เต่งตึงขึ้นเพราะการไหวเวียนของเลือดที่ดีนั่นเอง นอกจากนี้การร้อยไหมยังสามารถทำให้หน้าดูเรียวขึ้น เป็นรูปทรงวีเชฟได้อีกด้วย

    ข้อเสีย : หลังจากการทำร้อยไหมแล้ว ตัวคนไข้อาจมีอาการเจ็บ ปวด แดง เกิดขึ้นในบริเวณที่มีการสอดไหมเข้าไปใต้ผิวหนังได้  หากเข้ารับการร้อยไหมจากคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานหรือหมอที่ไม่มีความเชี่ยวชาญจริง ๆ อาจะส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาได้ เช่น การสัมผัสลูบคลำปมไหมได้จากบนใบหน้าเพราะปลายไหมที่สอดเข้าไปใต้ผิวหนังสามารถมองเห็นได้ชัดเจนและนูนออกมา นอกจากนี้หากมีการแก้ไขที่ไม่ดีอาจทำให้เสียรูปหน้าได้ค่ะ  

 

เมื่อเห็นข้อดีและข้อเสียแล้ว ก็อย่าเสี่ยงร้อยไหมกับคลินิกที่ขาดหมอผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ได้มาตรฐานเลยนะคะ เพราะปัญหาที่ตามมาอาจทำให้ถึงขั้นเสียโฉมได้ โดยเฉพาะใบหน้าที่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของเรา ขอให้เลือกมาปรึกษากับเราที่ M Med Clinic เรามีคุณหมอที่มีความรู้ และ ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคการร้อยไหมพร้อมให้คำตอบกับทุกๆ คำถาม จนคุณมั่นใจว่าคุณจะได้รับการฟื้นฟูใบหน้าให้ดูเด็กลง ด้วยการยกกระชับผิวทุกจุด อย่างถูกวิธีและได้มาตรฐานที่สุดค่ะ