สัญญาณเตือน ควรเปลี่ยนซิลิโคนเสริมจมูก

สัญญาณเตือน ควรเปลี่ยนซิลิโคนเสริมจมูก

การเสริมจมูกในปัจจุบัน เป็นการผ่าตัดที่เล็ก และ หายเร็วจึงเป็น การศัลยกรรมที่ยอดฮิต ของ สาว ๆ หนุ่มๆ ในตอนนี้ที่นิยมทำเพื่อเสริมบุคลิกภาพให้ดีขึ้น กรอบหน้าชัดเจนขึ้น หรือ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ  แต่หลังการเสริมจมูกมีข้อกังวลใจของหลาย ๆ ท่าน คือ การกลัวการทะลุของปลายจมูก เนื่องจากมีเนื้อจมูกน้อย หรือ บางท่านต้องการทรงจมูกที่อยากได้ ค่อนข้างโด่ง หรือ บางท่านอาจจะเคยเสริมจมูกมาแล้ว แต่ทรงไม่ถูกใจ หรือ ต้องการให้โด่งกว่าเดิม จึงจำเป็นที่ต้องมีการแก้จมูก  การแก้จมูกๆ หลายๆ ครั้ง จะนำมาถึงปัญหาปลายจมูกทะลุ  วันนี้จึงนำ ข้อสังเกตตัวเองก่อนที่จมูกจะทะลุ มาฝากกัน

 

1. ปลายจมูกเริ่มแดง การเสริมจมูกเมื่อเสริมไปแล้วมีอาการปลายจมูกเริ่มแดง อาจจะเกิดได้จาก 3 กรณี คือ

– การอักเสบ เนื่องจากการติดเชื้อ

– เกิดจากการช้ำบริเวณที่ผ่าตัดเสริมจมูก การบางบริเวณปลายจมูก

– เนื้อเยื้อปลายจมูก ขาดเลือด หรือมีเลือดมาเลี้ยงน้อย  อาจจะเกิดจากการขูดฟิลเลอร์เพื่อเสริมจมูก การเลาะพังผืดจากการแก้ไขจมูก  หรือเกิดจากการตึงปลายจมูกจากการเสริมซิลิโคน เมื่อเสริมโด่งเกินเนื้อจมูกจะรับไหว

2. ปลายจมูกสะท้อนแสงมากกว่าที่อื่น สามารถสังเกตุได้ง่ายเมื่อแต่งหน้า ว่าปลายจมูกของเราที่เสริมจมูกไปแล้วตรงปลายจมูกของเรามีการสะท้อนแสงสดใสมากกว่าที่อื่น บนใบหน้าหรือเปล่า หรือ มีสีขาวใสๆ ถ้ามีอาการอย่างนี้ แสดงว่าเนื้อที่ปลายจมูกมีอาการบาง ทำให้มองเห็นซิลิโคนใต้ผิวสะท้อนออกมา

ควรรีบพบแพทย์อย่างเร่งด่วน อย่าปล่อยไว้นาน

 

3. จมูกยาวหรืองุ้มลงกว่าเดิม หลังเสริมจมูกไปแล้ว จมูกมีการยาวผิดปกติ หรือ มีอาการงุ้มมากกว่าเดิม เป็นการที่ซิลิโคนเกิดการถูกบีบรัดทำให้ซิลิโคนเอียงหรือเลื่อนลงมา เป็นสาเหตุให้ปลายจมูกบางจนเกิดการทะลุได้

4.เมื่อลูบปลายจมูกแล้วรู้สึกเสียว ๆ หลังเสริมจมูกไปแล้ว ถ้าซิลิโคนดันออกมามากเกินไป ทำให้ผิวบริเวณปลายจมูกบางลง เมื่อเอามือลูบจะรู้สึกเสียวแปล็บ ๆ เมื่อผิวยิ่งบางลงเท่าไรก็จะรู้สึกเสียวมากขึ้น เนื่องจากจมูกมีเซลล์รับสัมผัสมากกว่าที่อื่น ๆ

ปลายจมูกบวมแดง

5.จมูกเกิดอาการมีร่องบุ๋ม หรือ มีรอยบุ๋ม หลังการเสริมจมูก ร่องบริเวณการเสริมจมูกเกิดจากการที่ผิวหนังติดกับขอบซิลิโคนเกิดเป็นผังผืด จึงสามารถมองเห็นขอบซิลิโคนได้ชัดเจน

6.มีสิวหัวช้างขึ้นที่จมูก หลังการเสริมจมูก มีสิวหัวช้างที่จมูก ทานยา ทายาแล้วไม่หายสักที อาจเกิดจากการอักเสบลุกลามทำให้เนื้อเยื้อที่หุ้มซิลิโคนเกิดการอักเสบ และติดเชื้อ ทำให้ผิวปลายจมูกบางลงเป็นสาเหตุที่ทำให้จมูกเกิดการทะลุได้

7. ซิลิโคนโผล่ออกมา ซิลิโคนมีการทะลุโผล่ออกมาที่ปลายจมูก เห็นปลายขาว ๆ  ต้องรีบเข้ารับการปรึกษา กับคุณหมอด่วนที่สุด อย่าชะล่าใจปล่อยไว้นาน

จมูกทะลุ,ปลายจมูกทะลุ ,ซิลิโคนทะลุ

อาการที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าท่านใดเริ่มมีสัญญาณ เตือนว่าเริ่มมีอาการปลายจมูกบาง ควรรีบปรึกษาคุณหมออย่างรวดเร็ว อย่างปล่อยทิ้งไว้นาน อาจจะทำให้แก้ไขได้ยาก และเสียค่าใช้จ่ายสูงขึ้น  

ซิลิโคนทะลุ ต้องถอดพัก

 

ฟิลเลอร์ คืออะไร ?

ฟิลเลอร์ คืออะไร ?

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มปัจจุบัน คือ สาร ไฮยาลูรอนิค แอซิค ( Hyaluronic Acid ) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นใต้ผิว ช่วยเพิ่มเส้นใยคอลลาเจนให้กับผิว ช่วยแก้ปัญหาผิวที่เป็นรอยยับ ร่องลึก คือสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น 

ฟิลเลอร์จะใช้ในจุดประสงค์ของการเติมเต็มให้กับผิวที่เสื่อมสภาพ ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หรือฉีดเพื่อปรับแต่งรูปหน้าในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ปรับใบหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้น ลดริ้วรอยใต้ตา ลดร่องแก้ม และริ้วรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ ทำให้แก้มส้ม ริมฝีปากดูอวบอิ่ม

 

ฟิลเลอร์คืออะไร

  ฟิลเลอร์มีหน้าที่ ช่วยเพิ่มและปรับโครงสร้างใต้ชั้นผิวหนังให้อ่อนนุ่มชุ่มชื้น ริ้วรอยตื้นขึ้น หน้าดูเด็กลง  และ เติมเต็มจุดบกพร่องบนใบหน้า ขมับ ปาก คาง ได้อย่างเป็นธรรมชาติ  โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม   

ฟิลเลอร์คืออะไร

ประเภทของการฉีดฟิลเลอร์ มี 2 ประเภทคือ

1.ฟิลเลอร์ แบบชั่วคราว

            ฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวจะเป็นสาร ไฮยาลูรอนิค แอซิค ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ จะคงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวจัดว่ามีความปลอดภัยสูง สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

2.ฟิลเลอร์ แบบถาวร

            เช่น เม็ดพลาสติก ซิลิโคน หรือน้ำมันพาราฟิน ซึ่งจะให้ผลลัพธ์แบบถาวรที่ไม่สามารถสลายออกเองได้ และระบุผลข้างเคียงในระยะยาวไม่ได้ จึงไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์แบบถาวร  

  นอกจากนี้ยังใช้การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์บนใบหน้าให้ดูหวานขึ้น โดดเด่น มีเสน่ห์มากขึ้นอีกด้วย เช่น ฉีดฟิลเลอร์คาง ฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นต้น

การฉีดฟิลเลอร์จะใช้เวลาประมาณ 15 – 30 นาที เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขแล้วจะเห็นผลทันที และจะยิ่งเห็นผลชัดที่สุดในวันที่ 5 โดยสามารถให้ผลลัพธ์ได้นานถึง 6 เดือน หรือขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน

การร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง

การร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง 

การร้อยไหม เป็นวิธียกกระชับหน้า ลดริ้วรอย ที่ให้ผลได้ชัดเจน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ผลแบบเดียวกัน โดยทั่วไปจะเป็นช่วงอายุประมาณ 35 – 60 ปี  การร้อยไหมเหมาะกับคนที่มีริ้วรอย โดยเนื้อเยื่อต้องไม่ยุบตัวหรือผิวหนังต้องไม่หย่อนคล้อยมากเกินไป เพราะหากผิวหนังหย่อนมากเนื่องจากอายุหรือมีน้ำหนักตัวมาก อาจต้องใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น ๆ จึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน สำหรับกรณีผิวหย่อนคล้อยมาก ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว วิธีการใช้ไหม อาจช่วยไม่ได้มากอาจต้องใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น ๆ โดยเฉพาะวิธีที่ไม่ใช้การศัลยกรรมซึ่งจะให้ผลดีมากกว่า 

สำหรับกลุ่มที่ไม่ควรร้อยไหม ได้แก่ ผู้ที่มีโรคแพ้ภูมิตัวเอง ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร และผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีภาวะติดเชื้อ หรือเคยเกิดแผลเป็นคีลอยด์

นอกจากนี้ การร้อยไหมอาจให้ผลดียิ่งขึ้นหากใช้วิธียกกระชับอื่น ๆ ร่วมด้วยในภายหลัง โดยเฉพาะวิธีที่ไม่ใช้การ

ศัลยกรรมซึ่งจะให้ผลดีมากกว่า หรืออาจใช้กับผู้ที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดยกหน้าไปแต่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดครั้งต่อไป ในกรณีนี้อาจเลือกการร้อยไหมแทนได้เช่นกัน

 

ไหมที่นำมาใช้มีให้เลือกหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะผิวก่อนทำ และทุกประเภทสามารถใช้ร่วมกับการยกกระชับหน้าด้วยวิธีอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เช่น การใช้ไหมที่มีเงี่ยงร่วมกับการทำฟิลเลอร์หรือฉีดไขมันที่หน้า การร้อยไหม

ร่วมกับวิธีลดรอยเหี่ยวย่นที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุหรือเข็มขนาดเล็ก เหล่านี้อาจช่วยให้ผิวหนังกระชับตัวมากกว่าการร้อยไหมเพียงอย่างเดียว

 

การเตรียมตัวก่อนเสริมจมูก🙂

การเตรียมตัวก่อนการทำจมูก 

สำหรับท่านใดที่ตัดสินใจทำจมูก นอกจากการหาคลินิกที่ถูกใจและปลอดภัยแล้ว การเตรียมตัวก่อนเสริมจมูกก็เป็นสิ่งที่สำคัญ กับการเสริมจมูก  จึงนำวิธีการเตรียมตัวก่อนการเสริมจมูกเพื่อให้เกิดผลที่ดีมาฝากกันคะ 

1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ต่อความต้องการของร่างกาย

2.ทานอาหารและ น้ำมาด้วยนะคะ ทานอาหารเบา ๆ  ไม่ควรทานอาหารหนักก่อนการผ่าตัดเสริมจมูก  ถ้าต้องมีการผ่าตัดที่ต้องดมยาสลบ ให้งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6-8 ชั่ววโมง

3.งดทานอาหารเสริมทุกชนิดก่อนการเสริมจมูก เช่น วิตามิน น้ำมันตับปลา เนื่องจากจะทำให้เลือดไหลหยุดช้า และช้ำบวมมากว่าปกติ

4.งดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนผ่าตัดเสริมจมูก เพราะจะทำให้แผลหายช้า เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น

5.งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัด 1 เดือน หรืออย่างน้อย 1 อาทิตย์ก่อนการผ่าตัดเสริมจมูก  

6.งดยาแก้ปวด หรือยาแก้ปวดยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการฟกช้ำจากการผ่าตัดเสริมจมูก ถ้าต้องทานยาแก้ปวดแนะนำให้ทานพาราเซตามอนเพื่อบรรเทาอาการปวด

7.อย่าเครียด กังวล ทำใจให้สบาย แป๊บเดียวก็สวยแล้วค่ะ 

8.สระผมมาก่อนการเสริมจมูก เนื่องจากเมื่อเราเสริมจมูกไปแล้ว แผลห้ามโดนน้ำ จะทำให้ไม่สามารถสระผมในช่วงแรกๆ ของการเสริมจมูกได้ 

9.แนะนำให้สวมเสื้อเป็นแบบมีกระดุมหน้า หรือ สวมเสื้อผ้าหลวม ๆใส่ง่าย และ ถอดออกได้ง่าย เพราะหลังเสริมจมูกกลับบ้าน จะสามารถถอดได้สะดวกมากกว่า การใส่เสื้อแบบสวมหัว เพื่อหลีกเลี่ยงการกดทับแผล หรือ อาจจะเกี่ยวจมูกตอนถอดเสื้อ

10.ควรถอดเครื่องประดับเช่น สร้อยคอ ต่างหู แหวน นาฬิกา ทุกชิ้นออกให้หมด เพื่อความสะดวกระว่างผ่าตัดและหลังการผ่าตัด

11.ไม่แต่งหน้ามาวันที่ทำการผ่าตัดเสริมจมูก เพราะอาจจะต้องเสียเวลาเช็ดออก ถ้าไม่มั่นใจ อาจจะแต่งบาง ๆ ใส ๆ ด้วยเครื่องสำอางที่ล้างออกง่าย และ พกอุปกรณ์ล้างเครื่องสำอางมาล้างด้วยนะคะ

 

 

12. เตรียม Cool gel หรือ ผ้าเย็น แช่เย็นเอาไว้รอ เพราะหลังการผ่าตัดได้ประคบทันที่ หลังการผ่าตัด อาจจะเตรียมไว้หลายอัน เพื่อที่จะสลับได้อย่างต่อเนื่อง เมื่ออันที่ใช้เริ่มไม่เย็น (แอดแอบกระซิบ ในชุดยาที่คลินิกจัดให้ มี Cool gel 1 ชิ้นนะคะ )

13.เตรียมยาสีฟัน แปรงสีฟัน หรือ น้ำยาบ้วนปาก เพื่อทำความสะอาดช่องปากก่อน การผ่าตัดแม้จะทำการเสริมจมูกแต่การทำความสะอาดบริเวณใกล้เคียงก็มีความจำเป็นนะคะ

14. ดูบริเวณที่ จะต้องทำการผ่าตัดให้สะอาด เช่นระวังการเกิดสิวบริเวณจมูก ทั้งก่อนละหลังการผ่าตัด เพราะถ้ามีสิวขึ้นบริเวณจมูก อาจจะต้องเลื่อนการเสริมจมูกออกไปก่อน เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรืออาจจะเกิดการอักเสบได้

โปรจับคู่โดนใจ❤️

#โปรโมชั่นมาแรงจะแพงได้ไง  #MMedClinic จัดโปรโมชั่นคุ้มกันไปเลย!!

มาแล้วจ้า สำหรับหมอเนย หมอปิ๊กโปรจับคู่โดนใจ สวยแพ็คคู่ไม่เสียเวลาพักฟื้น ใครสนใจมาจัดกันได้เลยนะคะ    ของแถมเยอะมากนะบอกเลย

จองภายในวันนี้ – 31 ก.ค. 63  ทำได้ตั้งแต่ วันนี้-31 ส. ค. 63

เข้ามาปรึกษาก่อนได้ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ !! ฟรี
รวมโปรสุดคุ้มMmedclinicราม79และทุกสาขาทั่วประเทศ
#ลดริ้วรอย 2,990 บาท
#ฟิลเล่อร์คาง 5,990บาทต่อซีซี
#เมโสเฟต มินิแฟตขวด 2990 บาท
#ร้อยไหมก้างปลา4เส้น 3,990บาท
#กด+มาร์คสิวครั้งละ290บาท.
#hifu 2,990ทั่วหน้า ไม่จำกัดช็อต
#บอกลาฝ้า ครั้งละ1,000บาท คอร์ส5ครั้ง3,500
ช่องทางติดต่อที่สะดวกสุด line:@mmedclinic
โทร 085-5885999