ฟิลเลอร์ คืออะไร ?

ฟิลเลอร์ คืออะไร ?

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มปัจจุบัน คือ สาร ไฮยาลูรอนิค แอซิค ( Hyaluronic Acid ) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำให้แก่ชั้นใต้ผิว ช่วยเพิ่มเส้นใยคอลลาเจนให้กับผิว ช่วยแก้ปัญหาผิวที่เป็นรอยยับ ร่องลึก คือสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น 

ฟิลเลอร์จะใช้ในจุดประสงค์ของการเติมเต็มให้กับผิวที่เสื่อมสภาพ ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หรือฉีดเพื่อปรับแต่งรูปหน้าในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ปรับใบหน้าให้ดูมีมิติมากขึ้น ลดริ้วรอยใต้ตา ลดร่องแก้ม และริ้วรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ ทำให้แก้มส้ม ริมฝีปากดูอวบอิ่ม

 

ฟิลเลอร์คืออะไร

  ฟิลเลอร์มีหน้าที่ ช่วยเพิ่มและปรับโครงสร้างใต้ชั้นผิวหนังให้อ่อนนุ่มชุ่มชื้น ริ้วรอยตื้นขึ้น หน้าดูเด็กลง  และ เติมเต็มจุดบกพร่องบนใบหน้า ขมับ ปาก คาง ได้อย่างเป็นธรรมชาติ  โดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม   

ฟิลเลอร์คืออะไร

ประเภทของการฉีดฟิลเลอร์ มี 2 ประเภทคือ

1.ฟิลเลอร์ แบบชั่วคราว

            ฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวจะเป็นสาร ไฮยาลูรอนิค แอซิค ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ จะคงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี ฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวจัดว่ามีความปลอดภัยสูง สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

2.ฟิลเลอร์ แบบถาวร

            เช่น เม็ดพลาสติก ซิลิโคน หรือน้ำมันพาราฟิน ซึ่งจะให้ผลลัพธ์แบบถาวรที่ไม่สามารถสลายออกเองได้ และระบุผลข้างเคียงในระยะยาวไม่ได้ จึงไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์แบบถาวร  

  นอกจากนี้ยังใช้การฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์บนใบหน้าให้ดูหวานขึ้น โดดเด่น มีเสน่ห์มากขึ้นอีกด้วย เช่น ฉีดฟิลเลอร์คาง ฉีดฟิลเลอร์ปาก เป็นต้น

การฉีดฟิลเลอร์จะใช้เวลาประมาณ 15 – 30 นาที เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแก้ไขแล้วจะเห็นผลทันที และจะยิ่งเห็นผลชัดที่สุดในวันที่ 5 โดยสามารถให้ผลลัพธ์ได้นานถึง 6 เดือน หรือขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน

การร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง

การร้อยไหมเหมาะกับใครบ้าง 

การร้อยไหม เป็นวิธียกกระชับหน้า ลดริ้วรอย ที่ให้ผลได้ชัดเจน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ผลแบบเดียวกัน โดยทั่วไปจะเป็นช่วงอายุประมาณ 35 – 60 ปี  การร้อยไหมเหมาะกับคนที่มีริ้วรอย โดยเนื้อเยื่อต้องไม่ยุบตัวหรือผิวหนังต้องไม่หย่อนคล้อยมากเกินไป เพราะหากผิวหนังหย่อนมากเนื่องจากอายุหรือมีน้ำหนักตัวมาก อาจต้องใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น ๆ จึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจน สำหรับกรณีผิวหย่อนคล้อยมาก ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว วิธีการใช้ไหม อาจช่วยไม่ได้มากอาจต้องใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น ๆ โดยเฉพาะวิธีที่ไม่ใช้การศัลยกรรมซึ่งจะให้ผลดีมากกว่า 

สำหรับกลุ่มที่ไม่ควรร้อยไหม ได้แก่ ผู้ที่มีโรคแพ้ภูมิตัวเอง ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร และผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีภาวะติดเชื้อ หรือเคยเกิดแผลเป็นคีลอยด์

นอกจากนี้ การร้อยไหมอาจให้ผลดียิ่งขึ้นหากใช้วิธียกกระชับอื่น ๆ ร่วมด้วยในภายหลัง โดยเฉพาะวิธีที่ไม่ใช้การ

ศัลยกรรมซึ่งจะให้ผลดีมากกว่า หรืออาจใช้กับผู้ที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดยกหน้าไปแต่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดครั้งต่อไป ในกรณีนี้อาจเลือกการร้อยไหมแทนได้เช่นกัน

 

ไหมที่นำมาใช้มีให้เลือกหลากหลายประเภทขึ้นอยู่กับลักษณะผิวก่อนทำ และทุกประเภทสามารถใช้ร่วมกับการยกกระชับหน้าด้วยวิธีอื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เช่น การใช้ไหมที่มีเงี่ยงร่วมกับการทำฟิลเลอร์หรือฉีดไขมันที่หน้า การร้อยไหม

ร่วมกับวิธีลดรอยเหี่ยวย่นที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุหรือเข็มขนาดเล็ก เหล่านี้อาจช่วยให้ผิวหนังกระชับตัวมากกว่าการร้อยไหมเพียงอย่างเดียว

 

รักษาสิวแบบไหนดี?

5 วิธีรักษา “สิว” ให้หายขาด ใช้ยารักษาสิวแบบไหนดี?

การรักษา “สิว” มียาประเภทไหนบ้าง? แล้วถ้าไปพบแพทย์จะมีวิธีรักษา “สิว” ให้หายได้อย่างไร?

  1. 1. ยาทาสิว เจลแต้มสิว หากเป็นสิวเพียงเล็กน้อย สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ง่ายๆ โดยล้างหน้าให้สะอาด ไม่บีบ ไม่แกะสิว พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารหวานๆ มันๆ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดสิว อาจทำให้สิวหายเองได้ แต่ถ้าคุณเป็นสิวค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะเป็นสิวอุดตัน การรักษาที่เหมาะสมคือการใช้ ยาทาสิว ที่ช่วยลดการอุดตัน เช่น ยาทาเบนซิลเปอร์ออกไซด์ หรือยาทากลุ่มกรดวิตามินเอ จะทำให้สิวหลุดออกได้ง่ายขึ้น ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว ทำให้ผิวแห้ง ลดการสะสมน้ำมันในชั้นผิวหนัง ส่วนถ้ามีสิวหัวหนองขนาดเล็กๆ ก็อาจใช้ เจลแต้มสิว ที่มีตัวยาเบนซิลเปอร์ออกไซด์ได้ด้วยเช่นกัน แต่ยาเหล่านี้หากใช้แบบผิดๆ อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ แนะนำว่าควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังก่อนเริ่มใช้ยารักษาสิวประเภทนี้
  1. 2. ยากินรักษาสิว สำหรับใครที่มีสิวในขั้นรุนแรง การดูแลตัวเองเบื้องต้น ร่วมกับทายาแต้มสิวอาจจะเอาไม่อยู่ คงต้องมาสู่วิธีรักษาสิวด้วยการรับประทานยาเม็ดรักษาสิว ซึ่งยากินรักษาสิวก็มีอยู่หลายแบบ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนใช้ยากินรักษาสิว
  2. – ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม: ตัวยามีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยลดการผลิตน้ำมันใต้ชั้นผิวหนัง ลดการอุดตันในรูขุมขน (สาเหตุการเกิดสิว) แต่มีผลข้างเคียง คือ อาการปวดหัว คลื่นไส้ ปวดหน้าอก น้ำหนักเพิ่ม ฯลฯ– ยาต้านฮอร์โมนเพศชาย: ยานี้ช่วยลดผลกระทบจากการมีฮอร์โมนเพศชายสะสมที่ต่อมไขมันใต้ผิวมากเกินไป จนทำให้เกิดการผลิตน้ำมันใต้ผิวหนังมาก จนทำให้เกิดสิวได้ง่าย แต่อาจมีผลข้างเคียง เช่น อาการปวดเต้านม ปวดประจำเดือนมาก เป็นต้น
  3. – ไอโซเตรติโนอิน: ยาอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ ใช้ในผู้ป่วยที่มีสิวอักเสบในระดับรุนแรงมากที่สุด และผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาสิวด้วยวิธีอื่น ๆ โดยผู้ที่ใช้ยาต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูง เช่น เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า เสี่ยงต่อโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง และเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ที่จะพิการรุนแรงแต่กำเนิด
  1. 3. ยาฉีดสิว ถัดมาเป็นการรักษาสิวด้วยการฉีดตัวยาไปที่สิวโดยตรง วิธีนี้ต้องทำการรักษาโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางเท่านั้น เหมาะกับการรักษาสิวประเภทสิวแดงก้อนลึกและสิวซีสต์ โดยแพทย์จะฉีดสเตียรอยด์ (Steroid) เข้าไปโดยตรงในบริเวณที่เป็นสิว ทำให้การบวมอักเสบของสิวหายไปโดยที่ไม่ต้องบีบสิวออกมา อาจมีผลข้างเคียง คือ ทำให้ผิวบาง อาจเห็นรอยเส้นเลือดใต้ผิวหนังได้
  1. 4. แสงรักษาสิว  แสงรักษาสิว Photodynamic Therapy (PDT) เป็นการฉายแสงเพื่อทำลายเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของการเกิดสิวอักเสบ เหมาะกับคนที่เป็นสิวอักเสบขั้นรุนแรง และสิวดื้อยา โดยแสงนี้มีความยาวคลื่นใกล้เคียงกับรังสีอัลตราไวโอเลตและแสงสีฟ้า  เมื่อเซลล์แบคทีเรียได้รับพลังงานที่สูงมากๆ เชื้อจะตายไป อีกทั้งยังช่วยลดความมันบนผิวไปพร้อมกันได้ด้วย การฉายแสงต้องดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อควบคุมคุณภาพและปริมาณของแสงให้เหมาะสม วิธีนี้อาจมีผลข้างเคียง คือ เจ็บผิวบริเวณที่ฉายแสง มีรอยแดง และผิวบริเวณที่ฉายแสงจะมีความไวต่อแสงแดด มีโอกาสแพ้แสงมากขึ้น
  2. 5. กดสิวและบำบัดผิว อีกหนึ่งวิธีสำหรับการรักษาสิวประเภทสิวอุดตัน ก็คือ การกดสิวและบำบัดผิว   ด้วย  ทรีตเมนต์ ใช้ในกรณีที่รักษาด้วยยาแล้วสิวหัวดำและสิวหัวขาวยังไม่หมดไป โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือช่วยในการบีบเอาสิ่งที่อุดตันภายในสิวออกมาลข้างเคียง คือ อาจเกิดร่องรอยหรือรอยแผลเป็นได้ จึงควรรักษาร่วมกับการบำบัดผิว เช่น ใช้กรดซาลิเซลิกเพื่อผลัดผิวชั้นนอกออกไป ลดการอุดตันของน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตาย แล้วในรูขุมขน และอาจใช้ครีมบำรุงผิวเข้มข้นร่วมด้วย

การรักษาหลุมสิวด้วย Subcision

การรักษาหลุมสิวด้วยวิธีเซาะพังผืด

Subcision เป็นการรักษาหลุมสิวด้วยวิธีเซาะพังผืด โดยใช้เข็มที่มีขนาดเล็ก (เบอร์ 18, เบอร์ 21) หรือที่เรียกว่า Nokor Needle เป็นเข็มที่มีลักษณะพิเศษตรงที่บริเวณปลายเข็มจะเป็นมีดขนาดเล็กไว้ใช้สำหรับตัด เซาะ พังผืดบริเวณหลุมสิวของเรา แต่ไม่ได้ตัดทิ้งไป เพื่อให้เกิดแผลหรือช่องว่างใต้หลุมสิวของเรา จากนั้นพังผืดที่ยึดอยู่ที่หลุมสิวหลุดออก และเป็นการกระตุ้นผิวหน้าของเราให้มีการรักษาอาการบาดเจ็บจากการถูกเซาะผิว โดยการเร่งสร้างคอลลาเจนบริเวณหลุมสิวของเรา Subcision เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาหลุมสิวมานานหลายปี โดยที่ไม่เคยรักษามาก่อน หากรักษาหลุมสิวด้วยวิธีอื่นก่อนอาจไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร จึงต้องมีการทำ Subcision ก่อน เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพ

ข้อดีของการรักษาหลุมสิวด้วย Subcision

  1. 1. Subcision เป็นวิธีรักษาหลุมสิวที่มีประสิทธิภาพ เพราะมีการเซาะพังผืดออก จึงทำให้เกิดการสร้างเนื้อที่หลุมสิวอย่างเต็มที่ เหมาะกับคนที่เป็นหลุมสิวมานาน โดยเฉพาะคนที่เป็นหลุมสิวแบบแอ่งกระทะ การรักษาด้วยวิธีนี้ไม่มีผลข้างเคียง เพราะไม่มีการใช้แสงเลเซอร์ การใส่สารเข้าสู่ผิว
  2. 2. ไม่มีแผลเป็น และแผลที่เกิดจากการเซาะนั้น มีขนาดเล็กมาก อาจจะมีอาการช้ำในช่วงแรก แต่จะหายไปภายใน 1 สัปดาห์
  3. 3. ค่าใช้จ่ายในการทำไม่สูงเมื่อเทียบกับเลเซอร์
  4. 4. หลังทำ Subcision ผู้รับการรักษาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น

ข้อเสียของการรักษาหลุมสิวด้วย Subcision

  1. 1.เกิดรอยช้ำจากการทำ 3-14 วัน ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล (อาจเกิดความเขียวช้ำได้หากไปโดนเส้นเลือด แต่ไม่ได้อันตราย)
  2. 2.อาจเกิดความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยหลังการรักษา
  3. 3.หากทำในคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาด อาจเกิดการติดเชื้อใต้ผิวหนังได้

M Med Promotion

🔆M Med Promotion 🔆
#โปรโมชั่นมาแรงจะแพงได้ไง  #MMedClinic จัดโปรโมชั่นคุ้มกันไปเลย!!จัดหนักจัดเต็ม จองและทำศัลยกรรมวันนี้ ได้รับสิทธิพิเศษ ฉีดผิวออร่า 3 ครั้ง หรือ มาร์คหน้าทองคำ 3 ครั้ง เลือกรับสิทธิ์อย่างใดอย่างนึง ด่วน!!!จำนวนจำกัดหรือจนกว่าสินค้าจะหมดเสริมจมูก นิ่ม บิดได้ ทรงสวยสโลปปลายเชิด

  • เสริมจมูกซิลิโคน USA Barbie : 5,900.-

  • ค่ายาและชุดดูแลหลังผ่าตัด 1,000.-
  • รวมค่าปรึกษาตัดไหม
  • รวมตะไบฮัมพ์ปรับฐาน
  • ประกัน 3 เดือน

 

  • เสริมจมูกซิลิโคนUSA Triple Barbie  #ทริปเปิ้ลบาร์บี้ : 7,900.-

  • ค่ายาและชุดดูแลหลังผ่าตัด 1,000.-
  • รวมค่าปรึกษาตัดไหม
  • รวมตะไบฮัมพ์ปรับฐาน
  • ประกัน 6 เดือน

 

  • เสริมจมูกซิลิโคนนิ่มบิดได้USA Premium Lock+รองปลายจมูกเนื้อเยื่อธรรมชาติ ตามโครงสร้างจมูก #PremiumLock  : 12,900.- (ราคาข้างต้นนี้ยกเว้นหมอแนท)

  • ค่ายาและชุดดูแลหลังผ่าตัด 1,000.-
  • รวมค่าปรึกษาตัดไหม
  • รวมตะไบฮัมพ์ปรับฐาน
  • ประกัน 9 เดือน

 

  • ฉีดผิว Aura Cocktail 290.-

  • ฉีดผิว Aura plus 990.-
  • ฉีดผิว Miracle Aura 2000.-

 

 

  • V-Shape 9,990.- Package A

  • ร้อยไหมก้างปลา 6 เส้น
  • ร้อยไหม PDO 10 เส้น
  • ลดริ้วรอย 100 unit
  • V-Shape 9,990.- Package B

  • ร้อยไหมก้างปลา 6 เส้น
  • Smart Lift Hifu 400 ช๊อต
  • Meso Slim 10 cc.
  • V-Shape 9,990.- Package C

  • ร้อยไหมก้างปลา 2 เส้น
  • Smart Lift Hifu 400 ช๊อต
  • BABI Fat 20 cc. (2 ขวด)
  • V-Shape 9,990.- Package D

  • ร้อยไหมก้างปลา 6 เส้น
  • ลดริ้วรอย 50 unit
  • BABI Fat 10 cc. (1 ขวด)
  • V-Shape 9,990.- Package E

  • Filer เติมคาง 1 cc.
  • ลดริ้วรอย 50 unit
  • BABI Fat 5 cc.
  • Super V-Line 12,900.- Package A

  • ลิฟท์กรอบหน้า 150 unit
  • ร้อยไหมก้างปลา 8 เส้น
  • ร้อยไหมร่องแก้ม 2 เส้น
  • Super V-Line 12,900.- Package B

  • ลิฟท์กรอบหน้า 100 unit
  • ร้อนไหมก้างปลา 8 เส้น
  • ร้อยไหมร่องแก้ม  2 เส้น
  • BABI Fat 10 cc. (1 ขวด)
  • Super V-Line 12,900.- Package C

  • Smart Lift Hifu 400 ช๊อต
  • ร้อยไหมก้างปลา 8 เส้น
  • ร้อยไหมร่องแก้ม 2 เส้น
  • BABI Fat 10 cc. (1 ขวด)
  • Smart Lift Hifu ไม่จำกัดช็อต ทั่วหน้า 2,990.-

โปรโมชั่นยกเว้นสาขาหาดใหญ่โปรดติดต่อสอบถามโดยตรง
➡️➡️Mmed team🏥🏥
#หมอแนท #หมอกิ๊ก #หมอเนย #หมอสาหร่าย #หมอปิ๊ก
#หมอบุ๊ค  #หมอริน #หมอพลอย #หมออ้น

📞 ติดต่อจองคิว – สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม M Med Clinic ทุกสาขา
เปิดทำการ11.00 – 20.00 น.
Line ID :: @mmedclinic (มี @ ข้างหน้าด้วยนะคะ)
คลิกลิงก์เพื่อแอดไลน์ : https://bit.ly/2I44KCH
💕 สาขากรุงเทพ รามคำแหง79 (สาขาใหญ่) : 085-588-5999
💕 สาขาสุราษฏร์ธานี : 063-081-9992
💕 สาขาหาดใหญ่ : 063-081-9993
💕 สาขาพิษณุโลก : 063-081-9994
💕 สาขากรุงเทพ ปิ่นเกล้า : 063-081-9995
💕 สาขาโคราช : 063-081-9996
💕 สาขาภูเก็ต : 063-081-9997
💕 สาขาพัทยา : 063-081-9998
💕 สาขาเชียงใหม่ : 093-579-3222
💕 สาขาแจ้งวัฒนะ : 093-579-1333
💕 สาขานครสวรรค์ : 093-579-3111
💕 สาขาอุบลราชธานี : 062-242-5000
💕 สาขาอุดรธานี : 093-275-6999
💕 สาขาเวียงจันทร์ : 093-275-6999
💕 สาขาพนมเปญ :023309099
💕 สาขาย่างกุ้ง – Coming soon