การรักษาหลุมสิวด้วย Scarlet Laser

Scarlet Laser รักษาหลุมสิว รอยแผลเป็น และกระชับรูขุมขน

 

การรักษาหลุมสิวด้วยเครื่อง Scarlet Laser คืออะไร ?

  •  เป็นเครื่องที่รวมเอา 2 เทคโนโลยีมารวมกัน คือ การปล่อยคลื่นวิทยุ Radio frequency (RF) และ Microneedle therapy ซึ่ง Microneedle ของ scarlet จะเป็นหัวที่เต็มไปด้วยเข็มขนาดเล็กมาก ทำหน้าที่เป็นตัวนำคลื่นวิทยุ RF ให้ลงไปสู่ชั้นผิวหนังที่ลึกลงไป จะช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว และทำให้ผิวกระชับขึ้นด้วย ในกรณีที่มีปัญหาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง รอยสิว ก็สามารถช่วยให้ผิวเต็มตื้น เรียบเนียนขึ้น เป็นการฟื้นฟูผิวไปในคราวเดียว โดยแพทย์สามารถเลือกปรับระดับความลึกของเข็มให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคนได้

รักษาหลุมสิวด้วย Scarlet Laser ใช้เวลานานไหม ?

  • ในการทำ Scarlet Laser แต่ละครั้ง จะมีการแปะยาชาก่อน 30-45 นาที และใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 30 นาที การทำ Scarlet Laser สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่จะให้ชัดเจนแนะนำทำต่อเนื่อง 3 ครั้งขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม และความหนักเบาของปัญหาที่เป็นด้วย ระยะเวลาในการทำแต่ละครั้งเว้นประมาณ 2-4 สัปดาห์

ผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษาหลุมสิว ด้วย Scarlet Laser อย่างต่อเนื่อง ?

  • รักษาหลุมสิว รอยแผลเป็น ให้กลับมาเต็มตื้น เป็นการกระตุ้นให้ผิวเราเกิดการฟื้นฟูตัวเองเร็วขึ้น และทำให้หลุมสิวเต็มตื้นขึ้นได้
  • ฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากชั้นใต้ผิว Microneedle ของ scarlet เป็นเข็มที่เล็กมาก ๆ 25 เข็ม ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวนำคลื่นวิทยุ Radio frequency (RF) และ Microneedle therapy ให้ลงไปสู่ชั้นผิวหนังที่ลึกลงไปเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน คอลลาเจนในชั้นผิวมีสามารถช่วยทำให้ริ้วรอยที่เกิดขึ้นจางลงได้
  • ริ้วรอยให้ตื้นขึ้น ผิวยกกระชับขึ้น คลื่นวิทยุ Radio frequency (RF) และ Microneedle therapy ที่จะถูกส่งผ่านจากผิวชั้นนอกเข้าสู่ผิวชั้นใน จะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนและเข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผิว ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้น ผิวหน้ากระชับเต่งตึง
  • กระชับรูขุมขน ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น คลื่นวิทยุ Radio frequency (RF) จะทำให้ เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนให้มีการสร้างใหม่ ทำให้ผิวหน้าดูเต่งตึง อ่อนเยาว์มากขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง
  • รอยดำ รอยแดงจากสิวจางลง ผิวหน้ากระจ่างใสการปล่อยคลื่นวิทยุ Radio frequency (RF) และ Microneedle therapy ยังช่วยในการรักษาริ้วรอย และจุดด่างดำ รอยดำ แดงจากสิวอีกด้วย 

ทำไมต้องเลือก Scarlet

  • 1. เพิ่ม volume เพิ่มคอลลาเจนให้ผิวหน้า ด้วยการกระตุ้นผิวที่ลึกมากถึงชั้นคอลลาเจน พลังงาน RF จะทำให้ เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนให้มีการสร้างใหม่ ทำให้ผิวหน้าดูเต่งตึง อ่อนเยาว์มากขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง
  • 2. เป็นการรักษาด้วย Fractional RF ที่ได้ผลดีที่สุด fractional RF วิธีอื่น ๆ มักทิ้งแผลไว้ที่ผิวด้านนอก ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะหายดี และเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำตามมา แต่การทำ scarlet จะช่วยกระตุ้นทั้งผิวชั้นนอก (Epidermis) และชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยไม่ก่อให้เกิดแผลที่ภายนอก การกระตุ้น ผิวชั้นนอกด้วย Fractional RF ของ scarlet จะช่วยให้ผิวด้านนอกดูเรียบเนียน ลดรอยหลุมสิว แผลเป็น ทำให้รูขุมขนเล็กลง การกระตุ้น ผิวชั้นหนังแท้ จะทำให้เกิดการสร้างใหม่ของ เส้นใยที่ช่วยพยุงผิว เช่น คอลลาเจน (Collagen) ทำให้ผิวหนังกระชับขึ้น มีความเต่งตึง มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
  • 3. เจ็บน้อย ไม่มีผลข้างเคียง ไม่ต้องพักฟื้น ด้วยระบบ ” Shock Free Needle ” เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่จะมีการปล่อยพลังงานไปพร้อมกับจังหวะการลงของเข็ม ทำให้ความเจ็บน้อยลง และช่วยไม่ให้เลือดออก ทำให้ผู้ป่วยจะไม่รู้สึกอะไรเลยขณะทำการรักษา (มีการแปะยาชาบริเวณผิวหน้าร่วมด้วย)  สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังรับการรักษา ภายหลังการทำ จะมีการกระตุ้นคอลลาเจน ตามบริเวณที่รับการรักษา ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงยิ่งขึ้น   Scarlet laser ช่วยฟื้นฟูผิวหน้า, เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว, และรักษารอยหลุมสิว

ใครที่เหมาะกับการทำ Scarlet Laser?

  • 1. มีแผลเป็นลึก –  เป็นลักษณะแผลเป็นที่พบได้ทั่วไปจากสิว, การบีบสิว, รอยบาดเล็ก ๆน้อย ๆ และการผ่าตัด แผลเป็นแบบลึก
  • 2. มีหลุมสิว รอยสิว – หลุมสิว เกิดจาก สิวอักเสบ ที่เกิดขึ้นและไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี ทำให้เกิดโพรงหนอง เกิดการยุบตัวของผิว ลุกลามจนกินเนื้อใน ถึงขั้นทำให้เนื้อหายจนกลายเป็นหลุมได้
  • 3. มีรูขุมขนกว้าง –  ผิวผลิตน้ำมันมากเกินไป เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดรูขุมขนกว้าง เพราะจะเกิดการขยายของรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกว้างได้มีริ้วรอยเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย

**** ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล****

การดูแลตัวเองหลังทำ Scarlet Laser ?

  • หลังการรักษาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ จะมีอาการบวมแดงโดยประมาณ 1-3 ชม. แรก หลังจากนั้นจะมีสะเก็ดบาง ๆ ขึ้นและค่อยๆหลุดไปเอง และจะเห็นได้ว่าผิวหน้าใสขึ้น ดูเรียบเนียนขึ้น ทั้งนี้อยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย

ควรทำบ่อยแค่ไหน?

  • 1. ทำทุก 2-4 สัปดาห์ ติดกัน 5 ครั้ง ( ขึ้นกับสภาพผิว และปัญหา) หลังทำสามารถเห็นผลการรักษาได้ทันที
  • 2. เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น จากการสร้างคอลลาเจนเต็มที่ ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน
  • 3. ทำซ้ำได้ทุก 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นกับความรุนแรงของปัญหา และสภาพผิวหน้า หากทำ SCARLET LASER 5 ครั้ง ร่วมกับการทำ Subcision หลุมสิว ไปด้วยนั้นจะส่งผล ให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น การรักษาสิวได้ผลดีขึ้น

**หมายเหตุ ผลการรักษาแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล การรักษาอาศัยวิจารณญาณแพทย์เป็นสำคัญ**

ข้อดีของการรักษาหลุมสิวด้วย Scarlet Laser

  • ไม่เจ็บมาก Scarlet เป็นการทิ่มเข็มขนาดเล็กไปที่ผิวหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคลื่น RF ที่มีความร้อนต่ำ จึงไม่ทำให้รู้สึกเจ็บมากนัก
  • ไม่เกิดรอยช้ำ รอยแผลจากการรักษา
  • ช่วยรักษาหลุมสิวได้ หน้าจะกระชับมากขึ้นด้วย

ดูแลตัวเอง หลังการฉีดผิวขาว ทำอย่างไรดี?

  ในปัจจุบันการรับวิตามินบำรุงผิวเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างปกติทั่วไปสำหรับหลายคนที่อยากมีผิวสวย และสุขภาพดี การรับวิตามินผิวนั้นคือการใช้สารที่มีคุณสมบัติในการบำรุงผิว เช่นการฉีดวิตามินเข้าทางเส้นเลือด โดยมีเป้าหมายในการปรับสีผิวให้ขาวใส ลดจุดด่างดำ และสุขภาพดีมากขึ้น โดยมักจะเป็น กลูต้าไธโอน ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งเมลานิน (เม็ดสีผิว) นั่นเอง

ซึ่งการรับวิตามินบำรุงผิวนั้นจะสามารถช่วยฟื้นฟูสภาพผิวคล้ำเสีย ให้ดูขาวใสสุขภาพดีมากกว่าเดิม และยังสามารถลดการสร้างเซลล์เม็ดสีที่ผิดปกติ ที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า หรือจุดด่างดำได้ จึงไม่แปลกเลยค่ะที่หลายคนเลือกที่จะมารับวิตามินบำรุงผิวกัน และเมื่อทำการรับวิตามินบำรุงผิวแล้ว การพักเพื่อฟื้นฟูผิวก็เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำนะคะ เพราะนอกจากจะทำให้เราฟื้นตัวเร็วแล้ว ยังทำให้การที่เราได้รับวิตามินบำรุงผิวมาได้ผลมากขึ้นอีกด้วย แต่มีวิธีไหนที่ช่วยเราได้บ้าง ตามมาดูกันได้เลย

  • หลังการรับวิตามินบำรุงผิว ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนจัดในสภาพอากาศที่มักจะร้อนจัดของประเทศไทย แดดถือเป็นอีกศัตรูตัวฉกาจของผิวเรา เพราะฉะนั้นหลังจากการฉีดผิวนั้น เราควรที่จะดูแล และปกป้องผิวจากแดดมากเป็นพิเศษค่ะ ซึ่งถ้าเราไม่สามารถหลบแดดได้จริง ๆ ในระหว่างวัน ก็ควรที่จะทาครีมกันแดดเพื่อกันไว้ก่อนนะคะ โดยแนะนำเป็นแบบ SPF50 PA+++ จะทำให้ผิวที่กำลังจะขาวขึ้นนั้นไม่กลับมาคล้ำเพราะแดดได้ค่ะ

 

  • หลังการรับวิตามินบำรุงผิว ควรงดดื่มงดสูบ เพื่อป้องกันผิวคล้ำเสียงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงการสูบบุหรี่ด้วย เพราะว่าสารเคมีต่าง ๆ ที่เราได้รับเข้าร่างการ จะไปทำลายสารที่เราได้รับจากการฉีดผิวขาวมาค่ะ ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อการฟื้นฟูผิว และจริง ๆ ต่อให้เราไม่ได้ฉีดผิว การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ก็มีผลทำให้หน้าหมองคล้ำ และมีริ้วรอยมากขึ้นเช่นเดียวกัน

 

  • รักษาความชุ่มชื้น ช่วยบำรุงผิวหลังการรับวิตามินเติมวิตามินซีเข้มข้นไปที่ผิวโดยตรง ช่วยให้ผิวใส ดูสุขภาพดี โดยจะเน้นหนักไปที่ความกระจ่างใส มากกว่าการปรับสีขาว เสริมด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันผิว และซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำร้ายด้วยนะคะ 
  • ฟื้นฟูผิวด้วยการผลัดเซลล์ช่วยให้การรับวิตามินเห็นผลชัดเจนขึ้นเติมวิตามินซีเข้มข้นไปที่ผิวโดยตรง ช่วยให้ผิวใส ดูสุขภาพดี โดยจะเน้นหนักไปที่ความกระจ่างใส มากกว่าการปรับสีขาว เสริมด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันผิว และซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำร้ายด้วยนะคะ
1. วิตามินบำรุงผิวออร่า

โดยมีสรรพคุณคือ ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี รวมถึงปรับความสม่ำเสมอของผิว อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่โดนทำร้ายโดยแสงแดดด้วยค่ะ

2. วิตามินบำรุงผิวออร่าพลัส

เน้นไปที่การช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีแบบเร่งด่วน เพิ่มความสว่างของเม็ดสีผิว และช่วยกระชับผิวให้ดูเรียบเนียน สม่ำเสมอของผิว รวมถึงสร้างเกราะคุ้มกันผิวอีกด้วย

3. วิตามินบำรุงผิวออร่ามิราเคิล

เติมวิตามินซีเข้มข้นไปที่ผิวโดยตรง ช่วยให้ผิวใส ดูสุขภาพดี โดยจะเน้นหนักไปที่ความกระจ่างใส มากกว่าการปรับสีขาว เสริมด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันผิว และซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำร้ายด้วยนะคะ

จากทั้งหมดที่กล่าวมา เชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านน่าจะได้รับความเข้าใจเกี่ยวกับการฟื้นฟูผิวหลังการฉีดผิวขาวเป็นอย่างดีแล้วใช่มั้ยคะ และสำหรับใครที่สนใจในคำแนะนำเหล่านี้อย่างละเอียด ก็สามารถเข้ามาปรึกษาเราได้ที่ เอมเมดคลินิก ทุกสาขาทั่วประเทศ เพราะเรามีทีมแพทย์ที่มากประสบการณ์ คอยให้คำแนะนำทุกท่านอยู่ค่ะ